30 December 2012



สวัสดีปีใหม่ ๒๕๕๖



อัญขยมประนมกรประณต....พระสุคตอุดมชีว์
สรวมพรพระไตรสรณะมี........สุวิสุทธิ์บรมคุณ
บรรเลงนิพนธสุภวา-...........กยเพื่อประสงค์จุน-
เจือจารลิขิตพหุละสุน-............ทรพรบวรดี
ด้วยกาลเถลิงศกบวร............ทินกรลุข้ามปี
สากละโลกะยะวิถี.................ปริวัตระผลัดกัน
๐ ศกเดิมผณีศวรรา-.............ชะมหามะโรงวรรณ
มังกรสมิทธิ์ระบุลุผลัน............นักษัตรมะเส็งงู
๐ ข้าฯนามสยามมิกะอุบัติ.......วรวัฒนาชู
สรวมเดชพระไตรรัตนภู-..........ริสุทัศนาชม
๐ พร้อมเทพสถิต ณ ชลสี........ปฐพีและอาศรม
อีกองค์มหาบวรพรหม.............อดิศระฤทธา
๐ จงปัดขจัดอุปะวะสรร-...........พมหันตทุกขา
มวลโรคพยาธิอธิภะยา.............จะวิบัติกษัยสูญ
๐ ยืนชนมายุศมวัฒน์...............สุสวัสดิจำรูญ
ทั้งเดชชเยศวรพิบูลย์...............ตละสูรกากร
๐ คิดใดก็ได้ประดุจะจิต............จะพิสิฐอุดมพร
สมจิตสมิทธิ์บทะบวร................และประสิทธิว่องไว
๐ หมู่ชนพหลอริวิเศษ...............ดุจะเดชะมารใด
ขอเดชพระองค์สรณะไตร...........พิระเกื้อกำลังราญ
๐ ให้สรรพะมารพละอสูร............พละกูณฑะมอดผลาญ
แพ้พ่ายพยูห์ธรรมะประทาน........นิจกาลทิวาบรรณ
๐ ครองสุขสนุกปิติวิเศษ.............จรเลศฉนำวัน
ตราบนานยุกาลสุริย์จะผัน...........จิระแม้นนิรันดร์เทอญ​ ฯ

(วสันตดิลกฉันท์ ๑๔)

14 December 2012

~ยามทินกรอัสดง~



วสันตดิลกฉันท์ 14 

๐ อ้าแสงระแรงรุจิประภัส-
สระอรรถะอำไพ
เปรียบดวงประทีปวระอุไร
ชวลิตพินิจเห็น

๐ กลางวันอนันคณนา
นระคลาคละคล่ำเป็น
ทำงานประสานขิพิตระเย็น
จระใต้อุไรดวง

๐ อ้าแสงระแรงสุริยะเจ้า
กละเข้านุกูลปวง
เมื่อลับและกลับพิภพะสรวง
ทินกรจะลีลา

๐ เหลือบแสง ณ แหล่งอุทกะผืน
ขณะคืนจะจรมา
เหลือบใจคระไลหทัยะภา-
วะสถานะชื่นเย็น

๐ เมฆาปะอาทิตยะแสง
ดุจะแต่งวะวาดเป็น 
แสงลับแน่ะอัมพระจะเห็น
ทะลุอนธการปาน

๐ แม้นใจไฉนนรสถา-
นะสภาวะธรรมจาร
ร้างเภทกิเลสประทุษะผลาญ
ริปุไหนจะโรมรัน

๐ ธรรมองค์ประดุจบวระอัม-
พรนำชิวาพรรณ
ธรรมองค์ประดุจระบุสุวรรณ
บ มล้าง ฤ เลือนไป

๐ ตูข้าประดาทัยะอุบัติ
ลุมนัสะเต็มใจ
กราบกรานศิราธรรมะพิไล
กวะตราบสลายกาล

๐ ขอองค์พลาพิชัยะธรรม
ตละนำพิชิตมาร
ตราบผู้ดนูประลุนิพาน
ลุวิมุตติสุขเทอญ ฯ

4 December 2012

เฉลิมพระชนมพรรษา ๕ ธันวาคม ๒๕๕๕




เศียรค้อมประนมะกระพุ่ม..........พระสยามสวามี
กรองฉันท์ประพันธสดุดี..............นรเทพเถกิงไกร
จักร์พรรดิขัตติยนรินทร์............ปถพินทร์ทิพาลัย
ดั่งรามราฆพไผท....................กิติศักดิ์ประจักษ์จินต์
สมเด็จประมินทรมหา...............ภุมิพลนวามินทร์
เอกองค์พระมงกุฎสิริน-...............ทสุคัณฑ์สมัญญา
อันนามสยามกิติวิมล................เพราะยุบลพระราชา
ทรงงานสมานนรประภา-...............กรนันทเปรมปรีดิ์
ห่อนเห็น เช่นประทุษะพา-........หิระกายะโรคมี
เหน็ดเหนื่อยและเมื่อยพระพละพลี.......เพราะประโยชน์ประชาชน
ทั่วแคว้นลุแดน ธ ก็เสด็จ................บรเพ็ดประเทศหน
ท้าวทรงพิชาญพิทยะดล..................ตละเมตตคุณมัย
๐ โครงการประทานคติประพฤติ..........นระยึดยุบลนัย
ปัญหาผิมาจระวิสัย...........................ก็มล้างมลายครัน
๐ ปางท้าวเสด็จวริทิศา........................สุขุมาละเทพธรรม์
สืบพูนอดูลย์ธรรมะสววรค์................กิจะกอปรพิธีการ
๐ ไท้พิศ ณ สันตติวิมล....................กละดละบันดาล
กอปรผลพิบูลย์พิชญะชาญ..................สุรนันทเปรมปรีดิ์
๐ ธาราพิศาลทัศนะทอด....................ก็ตลอดชลามี
เภตราสุวรรณพิพิธะสี........................กละทิพย์พิมานบน
๐ เสนาพฤฒาคณะอมาตย์..................พิณพาทยโกศล
นินนาทภิรีคณะประพน-...................ธ วิศัพทก่องแสง
๐ เปล่งมังคลารุจิประภัส-.................สระอรรถะสำแดง
เปล่งมังคลารวิระแรง......................ยศะกว้างขธรไกล
ในวาระกาลศุภดิถี....................สุขะปรีดิเปรมใจ
ธันวามหารชะนุสัย......................ดิถิฤกษ์สุมงคล
สรวมพรพระไตรสรณรัตน์.............สิริภัทร์อุบัติผล
เทอดเกียรติขจรคติสกล.................คติก้องสุมนนาม
ขอองค์พลาพละนมัย..................สุวิไลและแข็งขาม
ซึ่งมวลประชวรประทุษะทราม............จะสงบระงับพลัน
แทบบารมีกิรติศัพท์....................คุณะนับเกษมสันต์
สิ่งศักดิสิทธิ์คติจรัญ........................อดิศรเผดียงคุณ
ครองดินอรินทมนเรนทร์............... ปรเมนทร์มฆาดุลย์
สมเดชพิเศษพระยศบุณ-................. ยโศลกสิรินทร
เชิดชาติพระราชประยุรรักษ์..............มนภักดิสิงขร
เสนาประชานรบวร.........................จิตะรักสมัครกาล
เข้มแขงและแรงปุระสยาม...............ริปุหนามพลาพาล
พ่ายเลศ เดชสมัค์คิจาร.................. นรชนไผทไทย
ขอองค์บวรมหกษัตริย์.....................ทะนุรัฐสุขาลัย
ตราบนานยุกาลสิริวิสัย....................... สยามนิรันดร 

น. วงษ์วานิช
(วสันตดิลกฉันท์ ๑๔)
๔ ธันวาคม ๒๕๕๕


28 November 2012

-- เนื่องในวันขึ้น 15 ค่ำเดือน 12 --




วสันตดิลกฉันท์ ๑๔

กรองฉันท์สวรรค์สุภะประพจน์
มธุรสะกำจาย
กล่าวความประนามและอภิปราย
รสะถ้อยระบิลมา

เนื่องในสมัยศศิวิกรม
ชุติห่ม เวหา
เพ็ญวาระกาลทวิทวา-
รสะเดือนประจวบกัน

แผ่นน้ำ ท่ามศศิรุจี
ชลธีรพีพรรณ
เต็มพิงตลิ่งอุทกะนั้น
กระแสะสรรค์ชลาชล

ลมโชยประโปรยชละระลอก
ดุจะหยอกและยั่วยล
ชวนชื่นระรื่นกระแสะระคน
ระบุมนตระตรึงใจ

รำวงกระทงนยะประจาค
ประลุภาคสว่างไป
แสงเทียนเฉวียนรุจิระไพ-
ฑุริย์พร่างและแพรวพราย

ตั้งจิตและคิดอธิษะฐาน
อุปการมโนบาย
ว่าผู้ดนูจะสละหงาย
และเลาะร้ายกิเลสตน

ตามธรรมพระสัมปรมะพุทธ
สุวิสุทธิ์นราชน
ขอลอยและสอยทุษะถลน
ดุจะเหมือนกระทงหนา

อีกพร้อมจะน้อมพระธรรมะรัฐ
ปฎิบัติลุกาลมา
เพียงพัดขจัตกิเลสะสา-
วกมารมุนินทร

หลังกรรมะนำนยะประจาค
และก็บากลุพักตร์จร
สู่ลานวิหารสุุระสมร
และสดับพระธรรมฉาย

เรื่องราว คราวจะพุทธะกาล
ระบุจาระรำบาย
แห่งพุทธะบุตระขยาย
ธิระฉายประเจิดสรร

นามสาริบุตรสุคตะผู้
ธิระรู้คระลองธรรม์-
กอปรญาณวิสุทธิคุณะนัน-
ตะมหรรณพากร

ปัญญาสภาวะรวิโรจน์
จะเลาะโฉดกิเลสจร
มืดมนและอนธกสะท้อน
ก็จะถอนและหลุดพ้น

วันชื่นและคืนศศิวิสุทธิ์
ก็หยุด ห้องหน
ด้วยโรควิโยคประทุษะกล
ขณะพักและผ่อนมาน

มารดาก็พาประทุษะโศก
และวิโยควิกลการ
ด้วยบุตระสุดปิยสถาน
สิเลาะรวนและป่วยกาย

เทวาก็สาวกสถิต-
ยะประสิทธิ์สฤษฎ์ราย-
ทิพย์โอฬะพารุจิระฉาย
อุปฐากเสนอพลัน

ท่านธีระเสนะบดีธรรม
พจคำ จำนรร-
จาว่าก็อาตมะแหละนั้น
อุปฐากสิมีมา

ไป่ควรอมรละทิพอาส-
นะนิวาสะเทวา
ด้วยรสสุคนธ์มนุษยา
สุรกามิยินดี

ย่อมมาดปลาตก็เพราะแขยง
รสะแห่งมนุษย์มี
เทพแย้งเพราะแรงศิละพลี
กวะปรีชะญาณคุณ

แห่งสาวกาสุคตบุตร
บริสุทธิการุณ
ย่อมอาจจะฆาตพหุละสุน-
ทรเบื้องสุคนธรรม์

ถึงท่านธิราธรรมะบดี
พจนียะยืนยัน
ให้กลับนิวาสอมรนั้น
ก็จึงจะโอนตาม

ซึ่งเทพอมรรุจิระแสง
กระจะแจ้งนิวาสคาม
มารดาพระธรรมธิระก็ถาม
กวะนั่นสิแสงใด

ไพลาศนิวาสชุติระห่ม
รุจิชมอร่ามไป
แพรวพรายผกายนัยนะไข
ดนุฉันมิเคยเห็น

ถึงท่านธิราธรรมะบดี
พจนียะตอบเป็น
ความว่าแน่ะมาตะก็จะเห็น
สุระแห่งพระองค์อินทร์

พราหมณีสะรีก็ประลุสง-
สัยะลงเพราะได้ยิน
บุตรตนแหละผู้อธิบดิน-
ทรยิ่งกว่าเทวัญ

ยินดีและปีติมนะสุข
และเลาะทุกข์สิโดยพลัน
ท่านสาริบุตระก็มั่น
จะขยายพระธรรมพร

ด้วยพุทธะคุณแหละก็สนาน
ระบุจาระธรรมสอน
เมื่อจบพระธรรมะอนุสรณ์
ก็ประจบ โสดา

เป็นผู้มิต้องประทุษะมาร
นรกานต์นิรันดร์มา
จักเที่ยงและจักประลุ ภา-
วะวิมุตติสุขแล

บัดนั้นก็พลันรวิจะฉาย
ทินะกลายลุวารแปร
ถึงท่านธิรานะบดิแม้
จะมลาภิขูสงฆ์

ว่ากาละวารอธิกะทิน
กรผินอำไพลง
แม้นมีธุลีจะเสาะและหลง
ดนุฉันก็ยกกัน

จากนั้นก็พลันปรินิพาน
ประลุวารอำไพพรรณ
แห่งผู้ธิรานบดีธรร-
มะพิชาญชญานินทร์

ดูเถิดนะท่านปิยสหาย
ภวะตาย กายิน
จวบคู่นราชนและสิ้น
และจะเว้นก็ไป่มี

สังขาระพาทุขะมิสุด
และมิหยุด รอรี
ควรเราจะเอาธรรมะวิถี
กวะที่ประพฤติธรรม

รักษาทวาระนะวิสัย
สติไว้กะใจนำ
แตกสายมลายกิเลสะชำ-
ระกะธรรมมุนีนา

นายเรือสิเพื่อจะจรลี
ชลธีอุทกมา
ไป่หลับและพับ พะกะคา
สิก็ได้สวัสดี

ขอท่านสดับพิเคราะหะธรรม
ตละคำเหมาะควรชี-
วาผู้จะชูพิชญะมี
ธรรมะนี้ประเสริฐครัน

ขอให้หทัยมนะพิสุทธิ์
และเลาะหลุดกิเลสพลัน
พานพบประสบนิรุธะมั่น
ลุวิมุตติสุขเทอญ




20 November 2012

กะหรี่ 3 times, บัดซบ 3 times



โคลงสี่สุภาพ

๐ ปลาเน่าเหม็นข้องทั่ว..................ฉันใด
หญิงเน่ากลิ่นรานไป.......................ดุจนั้น
แพศยาระร่านไกล.........................เสื่อมเกียรติ ชาติเฮย
ไร้ศักดิ์ศรีดุจชั้น............................กอปรด้วยเดรฉาน

๐ วานใครแลอยู่ใกล้......................ชวนถาม
ติดสัดหรือมาดาม..........................ตะกวดปล้อง
สกุลเธอน่ะหรือทราม......................ทั้งโคตร
รู้สึกหรือเปล่าน้อง...........................ห่าเอ้ยสมองกลวง ฯ


9 November 2012

ฉันท์... จะชมกระบวนพยุหยาตราทางชลมารค ภาควสันตดิลกฉันท์





๐ ปางราชเสด็จวริทิศา..........สุขุมาละเทพองค์
สืบพูนอดูลย์ธรรมะประสงค์...กิจะกอปรพิธีการ
๐ ธาราพิศาลทัศนะทอด.........ก็ตลอดชลาธาร
แน่นชัดขนัดสลิละปาน...........สุรเทพประมวลดล
๐ บัลลังก์เมลืองรุจิพิเลปน์........กวะเทพพิมานบน
จำแลงพระแสงสุริยะยล...........ตละปารมีนัย
๐ เภตราสุวรรณประยุรหง-......สประยงขจีไกล
ภู่หยดสะกดชลวิไล................กวะคร่ำคระครางครวญ
๐ เจ็ดเศียรเฉวียนพัชระชา-.....ติพิลาสผณีศวร
ทรงสินธุ์ถวิลประดุจะยวน........ดลฟากทิฆัมพร
๐ องค์ครุฑจะยุดอุรคะหิ้ว........เลาะละลิ่วยุคนธร
ดุจองค์จะทรงวิยะสมร..........ลุสุเมรุคีรินทร์
๐ เสนาพฤฒาคณะนเวศ........จรเลศกระแสสินธุ์
นินนาทประพนธ์ประดุจะพิณ....ทิพะอาสนาองค์
๐ เปล่งแสงประกายรุจิประภัส-...สระอรรถะบรรยง
เปล่งมังคลาสิริสุบงสุ์...............ยศะกว้างขธรไกล
๐ ครองดินอรินทมนเรนทร์........ปรเมนทร์พิบูลย์นัย
สมเดชพิเศษยศะสมัย..............อดิศัยมิเทียบทัน
๐ ขอองค์บวรมหกษัตริย์............ทะนุรัฐจรูญธรรม์
ตราบนานยุกาลสิริจรัญ.............ทะนุไทยนิรันดร ฯ


(วสันตดิลกฉันท์ ๑๔)
น. วงษ์วานิช
๙ พฤศจิกายน ๒๕๕๕



23 October 2012

เทิดพระเกียรติ สมเด็จพระปิยมหาราช ฯ


สัททุลวิิกกีฬิตฉันท์ 19


๐ ข้าฯขอบบศิระกรานถวายพระปิยราช
จอมไท้ไผทมาศ...............................สยาม

๐ เอกองค์ทรงนิรมิตวิถีลิขิตะตาม
ปวงราษฏร์จะพ้นความ........................ระทม

๐ จากทาสแห่งทุรทุกข์นรกชิพิตระตรม
ดุจดังปทุมจม.......................................ธุลี

๐ เป็นไทล้วนมนะซร้องสุลักษณ์พระคุณะศรี
เลิศองค์กรุณย์มี...............................อนันต์

๐ อีกทรงธรรมะประสิทธิภาพนิรุติสรรพ์
คามภีรภาพอัน.................................ผจญ

๐ จากนานาวิถิแห่งภยันตระวิจล
แห่งภัยพิบัติอน-...............................ธการ

๐ มวลนานาพสุธรจะล่านิคมสาน
ต่อลัทธิมวลมาร.................................ผกาย

๐ ด้วยคามภีรธิราบดินทรสยาย
ไทยจึงจะพ้นกราย...............................วิจล

๐ ทั้งยังทรงจะประศาสน์ชิวาตมะสนน
สาธารณาชน......................................สยาม

๐ ทั้งสาธารณโภคะกอปรพิสิฐะนาม
ไฟฟ้าประปาคาม..................................ไสว

๐ อีกสื่อสารนระโทรเลขนิยมะไกล
ส่งข่าวและความนัย................................มินาน

๐ อีกกอปรการปฎิรูปประเทศทิศะภิบาล
เพื่ออันจะเทียมอาร-................................ยะปวง

๐ จวบครบหนึ่งศตวรรษฉนำประดิษฐะดวง
ยามาพิมานสรวง.......................................สวรรค์

๐ ปวงไทยน้อมนขะกรานนรินทรสุบรรณ
ด้วยซึ้งพระคุณอัน....................................บวร

๐ ขอให้นามะสยามผดุงกิติขจร
ตราบเท่าตะวันรอน.....................................นิรันดร์ ฯ


16 October 2012

สู้ต่อไป ...



 วสันตดิลกฉันท์ ๑๔


ชีวิตลิขิตมนุชผู้..................พิศะดูก็ดุจดัง
ไพรสัณฑรุกขมุลยัง................ทิศะกว้างละลานตา

บางเลศประเทศนฤคหิต........ก็สฤษฎฺ์ละมุนพา
ร้อนกายกระหายอุทกะหา.........วปุผ่าวก็ผ่อนเย็น

บางเลศประเทศประสบะชัฎ....ตละพัดประดุจเป็น
ขวากหนามนิยามประดุจะเช่น....นรกานต์ลุอาวรณ์

เมื่อพบประสบประณุทะทุกข์....ภัยะมุขประมวลจร
จิตวาบพิลาปทุขะสะท้อน..........ปริเทวะลามนัย

จิตตกตระหนกทุขะก็เห็น........กละเร้น ความไข
ว่าเธอน่ะจรก็ระยะไกล............ผิว์จะกลับก็ยากนาน

ขอให้ฤทัย มละท้อ............สติต่อผจญมาร
ปัญญาครุฑาพละพิจาร..............ตละอาวุธาคม

ชำแรกและแตกวิวิธะขวาก.....และประจาคทุขารมย์
เข้มแขงคละแรงพหุละสม...........สมญาพยัคฆี

ถ้ำโถงอุโมงค์รัชนิอน-............ธกะสณฑ์ก็ทึบที
แม้นในฤทัยประดุจะมี................รวิแสงประดับกาย

ย่อมอาจประจาครัชนิเห็น........กละเป็นมิวางวาย
พานพบประสบทิศะ หมาย......ตละปลายรวีแสง

เมื่อกาลจะผ่านอธิกะทิน-.........กรผินอำไพแรง
ต้องเจอเสนอรุจิระแห่ง..............ปิติล้วนและยินดี

กำหนดและขันติวรธรรม.........ครุนำตระการมี
วันหน้าแหละเป็นพิสิฐะศรี...........สุริยาก็ของเรา

ขอบคุณภาพสวยๆจากอินเตอร์เน็ตครับ

12 October 2012

7 ตุลา มหาวิปโยค ...​ความอัปยศของตำรวจ


อีทิสังฉันท์ 20

เอออุเหม่นะมึงตำรวจสถุน
นรกและเปรตประลัยวิจุณ................ดิรัจฉ์พาล

อ้างเลาะคูประตูสล้างสถาน
เถอะแถซะตูดถลอกรึท่าน.................ริยำหมา

พกระเบิดซะเองและเห็นกะตา
ชิวาตมาประลัยะข้า.........................ก็เปล่าทำ

เออระเบิดกะแกสิมึงระยำ
จะหาเสาะง่ายตระเตรียมและนำ..........ขนาดนั้น

กูมิใช่ทหารเพราะฝึกกระชั้น
จะเตรียมระเบิดประลัยะพลัน.................ก็กระไร

จำเพาะมึงจะยิงระเบิดตะไล
สะเก็ดสิถูกดนูน่ะไซร้..........................ชิวาตม์ปลง

กูจะฟ้องอิฆาตกระองค์
จะให้ประหารชิวาตมะผง......................สิสาสม

กรรมวิบากะทัณฑ์น่ะรอวิกรม
ผิหากจะทันล่ะเฮ้ยพระยม......................จะรอมึง

อีกนรกสถานประลัยะถึง
ประมาณกะกัปและกัลป์ก็พึง...................จะรับไป




6 September 2012

สดุดีท่านชิต บุรทัต ฯ



วสันตดิลกฉันท์ ๑๔

ข้าฯ ขอประนมนขะประณาม....สุพิรามกวินท์วงศ์

เลิศปากและวากยผจง..............."บุรทัต" ขจายเมือง

๐ จอมจินต์กวินท์บรมรา-............ชะสยามะรุ่งเรือง
แพร้วศรีมณีสุภะประเทือง............ตละพร่างพะพราวพรรณ

๐ เลิศถ้อยระร้อยกวินิทา-................นะยะสาระโคลงฉันท์
กานท์จารลิลิตวิวิธวรร-.................ณคดีประดาสุนทร์

๐ คำฉันทวรรณภณะประดิษ-..........ฐะลิขิตบรมคุณ
ครูเลิศประเสริฐนิจะกรุณ................เฉพาะเพื่อประภาษผอง

๐ ตำราวิชาภณะ ณ อัก-…………….ษระลักษณ์ลิขิตปอง
เป็นฉัตรอุบัตินิติลบอง....................บทะแบบวิบูลย์บรรณ

๐ อาจาริยูอุดมสา-.........................ระวิชากวีธรรม์
สืบพูนประยูรระบุสุวรรณ...................กวิสุนทราภรณ์

๐ ข้าฯน้อม ธ จอมกวิพิสิฐ................สุลิขิตคุณากร
สรวมทรงผจงพหุนุสรณ์....................เฉพาะศิษย์ตลอดวาร

๐ ด้วยกอปรระบอบนิสัยะมี.................ลุกวีวิชาการ
ให้เขียนและเรียนพิทยะชาญ................และมิหน่ายวินิทรเพียร

๐ โปรดดลกมลขณะดนู.......................ภณะผู้ประจงเขียน
กานท์กลอนบวรพจนะเนียน..................ตละสาระคำคม

๐ ตัวอรรถสิชัดกระจะกระจ่าง...............และสว่างอุไรสม
นัยความก็งามผิวะจะชม.......................สุตะให้หทัยฟัง

๐ ในคำเพราะสัมผัสะประดับ.................เสนาะจับพิไลยัง
เรียงเรื่องประเทืองผละประทัง................กวะเหตุมิห่อนเฟือน

๐ บทใดสิได้จิตะประดิษ-.......................ฐะประสิทธิ์มิลืมเลือน
แม้นกาลจะนานพิทยะเชือน....................สิก็ห่อนจะเกิดมี

๐ ยิ่งเขียนและเพียรพิชญะพูน.................และจรูญมณีศรี
แม้นหากมิมากเฉพาะก็มี.......................ตละที่กระทำมา

๐ ตามวรรษสมรรถะปฏิภาณ...................พละญาณะปัญญา
สืบจินต์กวินท์บวรวา-............................กยะฉันทยรรยง

๐ ร้อยกรองคระลองปุระสยาม.................ระบุนามประยูรพงศ์
เพริศแพร้วพิไลและนิจคง........................กละคู่นรินทร

๐ ตราบกาลยุนานสุริยะแสง......................ประจะแจ้งทิพากร
จวบกาลสลายพสุธะสร.............................จิระแม้นนิรันดร์เทอญ ฯะ


วงษ์วานิข
6/9/2555

7 August 2012

พระเสด็จ ฯ ยังทุ่งมะขามหย่อง


                          วสันตดิลกฉันท์ ๑๔

๐ อัญขยมประนมศิระประณาม.....พระสยามสวามี
จักร์พรรดิขัตติยมณี..................มหิศรวิบูลย์ธรรม์
๐ ดั่งรามราฆพมหิน-................ทรปิ่นสยามพรรณ
เอกองค์บดินทรสุบรร-..............ณโศลกขจรไกล
๐ แคว้นนามสยามกิติวิมล..........เพราะยุุบลบดินทร์ชัย
ทรงงานสนาน ณ หฤทัย............นรชนอุดมดี
๐ ทั่วแคว้นลุแดน ธ ก็เสด็จ.........บรเพ็ดนรามี
ท้าวทรงพิชาญพิทยะสี...............ตละเมตตคุณมัย
๐ โองการประทานคติประพฤติ.....นระยึดยุบลนัย
ปัญหาผิมาก็จรไข.....................สุปริดาประชากร
๐ ทรงงานลุนาน ฉ ทศวรรษ.........สุจรัสประภัสสร
ทั่วแคว้นและแดนทัยะอมร...........สระซร้องสุเปรมปราง
๐ เนื่องวันพระทรงจรเสด็จ...........และประพาส ณ ท่ามกลาง
ทุ่งศรีขจีนิละฉวาง.....................ริปุนั้นลุก่อนกาล
๐ เบื้องบูรพาปุระอโย-................ธยะโยธินาการ
จอมบูรพ์กษัตริย์สุระประหาร..........พละสิ้นสลายสูญ
๐ ด้วยนัยบดินทรจะจา-...............ริกบารมีพูน
ส่งเสริมเฉลิมวรพิบูลย์.................สุขภัทร์เอนกการ
๐ ให้นามสยามกิติขจร.................ลุอมรฉนำนาน
เป็นศรีมณีนรจะขาน....................ระบุแม้นนิรันดร์เทอญ ฯ


ด้วยเกล้าด้วยกระหม่อมฯ ขอเดชะฯ

ถึงแม้ว่าการเสด็จฯ ทุ่งมะขามหย่อง ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวนั้น จะเกิดขึ้นเกือบ 3 เดือนมาแล้ว แต่ก็ยังนำความปลาบปลื้มปีติมาสู่ พสกนิกรชาวไทยทั้งมวล 

4 August 2012

....พระอ้วน...





กาพย์ฉบัง

๐ พระสงฆ์ไทยผู้บูชา..........ธรรมพระศาสดา
ประศาสน์พระพรพาที

๐ ตั้งในศีลสรรพ์อันมี..........บูรพคดี
สิกขานาเขตเลศธรรม์

๐ ครรลองละบองพรหมจรรย์......ประเสริฐเลิศสรรพ์
โดยเสด็จวิมุตติ์มาลัย

๐ ตัดขาดจากเรือนเชือนไป.......วิหาราอาศัย
ไร้เรือนเหมือนไร้ปักฐาน

๐ หวังเสริมศรัทธาสมาทาน......ตามสติปัฎฐาน
เผาสรรพ์กิเลสเฉทวิจุณ

๐ ควรอันแก่การการุณ.............ตามธรรมล้ำคุณ
สมบวรเดชรัตนา

๐ ไยเลยถวายภักษา...............ปราศจากคุณมา
ดุจดังชนชั้นจัณฑาล

๐ อันกวฬิงกาฬาหาร..............ที่ไขมันบาน
ทำลายร่างกายภายใน

๐ ก่อเกิดโรคานากษัย..............ทั้งหลายร้ายภัย
การแพทย์กล่าวขานนานปี

๐ สงฆ์ท่านมโหทรทั้งมี..............เบาหวานบัดสี
อัปมงคลโรคนานา

๐ อันผักสดไทยทั้งยา................ทั้งยังเป็นอา-
หารราคาเยาเบากาย

๐ เชิญเถิดพวกเราทั้งหลาย........ขอจงถวาย
ผักผลเคียงโภชนาหาร

๐ เพื่อความเกษมสำราญ..........แด่สงฆ์เลิศนาน
ศาสนาธรรมจำรูญ

๐ ตราบห้าสหัสวรรษพูน...........มิสิ้นเสื่อมสูญ
แม้นหลากทิวาราตรี ฯ

30 July 2012

ฤาประเทศเราจะมีกรรม?

วิเชียรดิลกฉันท์ 11-14

๐ สัญญาประชาคม..................กวะสมฤดีดล
รายได้จะเพิ่มพิบุละสน-.............ธิพิพัฒนาดูล


๐ ของจริงสิรายจ่าย............
...จะขยายกระจายพูน

สินทรัพย์ธนานิกรสูญ.............วิญญาณ์และอาหาร

๐ น้ำมันก็ต้องจ่าย.................เยอะแยะคล้ายจะตายกาล
ดุงดังประหารวิจุณะพาล........รัฐบาลแฮะเฮงซวย


๐ แก้ไขมิแก้แค้น..................บทะแสนพิไลสวย
ปรองดองฉลองรวิระอวย.......ลุสมัคคภาพผล


๐ ว่าจักอำนวยผา-.................สุกะภาวะมาดล
ดีสู่ ณ หมู่พิพิธะชน.................นรไทยผไทเรา


๐ แต่สาระสำคัญ....................นิรกรรม์พระเชษฐ์เอา
ทั้งทรัพย์ธนาจะประจุเขา........ มละโทษะอากร

๐ นี่หรือหทัยฉัตร.....................นิติรัฐผดุงจร
เหลวแหลกและแตกพละสลอน.........คติชั่วมะมั่วเชย

๐ ลงรูประดุจสัต-........................วมนัสะทรามเลย
สมเพชเพราะเลศมนะเฉลย...........ทิวะไหนจะพ้นกัน

๐ อ้ารัฐไผทไทย........................สิพิไลประไพพรรณ
ฤาเราจะมีบุรพะกรรม์...............กวะเวระก่อนกาล

๐ กับอ้ายทุเลชน.......................ตละอนธกาลพาล
ตราบนานและแสนกษณะนาน......ลุนิรันดราหนอ ?

28 July 2012

ผู้หญิง ~ อ่อนหวาน หรือว่า น่ากลัว?




วสันตดิลกฉันท์



๐ อ้าเพศก็เพศนุชอนงค์
อรองค์ก็บอบบาง
ควรมุ่งผดุงสิริสะอาง
วธุลักษณ์ประโลมใจ


๐ ยามขวยก็ด้วยจิตะระบัด
ประดิพัทธทรามวัย
พักตร์เจ้าคละเคล้าลุหิตะไซร้
ก็ระเรื่อกุหลาบพรรณ

๐ ยามร้อนกระฉ่อนกุธะคละฟุ้ง
พธุมุ่งพิฆาตครัน
โอ้หนอละออนุชะสวรรค์
นระหวั่นลุขวัญหาย

๐ อ้าหัตถ์ก็หัตถ์สุขุมะชวน
มนะหวนฤดีพราย
ควรแต่พิเลปน์จุรณะชาย
ผัสะคล้ายสวรรค์สรวง

๐ ยามแค้นก็แค่นพิริยะครอง
ลุกระบอง ธ ตามควง
ไล่กลุ้มตะลุมจะเจาะเคาะจ้วง
ก็ประลาตมิอาจทาน

๐ อ้าเสียงสำเนียงนุชะอนงค์
เสนาะส่งกระแสหวาน
ควรร้องและซร้องสระประสาน
พิณพาทย์ระเริงใจ

๐ ยามแค้น ธ แค่นพจนวา-
กยะพากระหึ่มไพร
เธอชีิ้วิถีปุริสะให้-
ทุษะหม่นวิกลตรอม

๐ อ้าจิตจริตยุวดินัย
อรไทก็รอมชอม
เปี่ยมคุณกรุณชนะถนอม
กวะบุตรธิดาตน

๐ ยามเจ็บก็เหน็บลุหิตะอาบ
กระแหนะภาพะสาปมน
ความรักสมัครจิตะสกนธ์
มละหม่น ณ พริบตา

๐ จิตที่ฤดีกษณะก่อน
รติฟอนเฟะฟุนมา
เกลียดชังประดังจิตะและพา-
หิระกายะเจ็บแค้น

๐ ตัดขั้ว ณ ใน ปทุมะชาติ
ผิวะขาดก็ใยแทน
เกลียดชังประดังประทุษะแสน
ภวะใยก็ไป่เหลือ

๐ หมดเจตสิกจะพิสมัย
นรไหนจะจุนเจือ
รูปงามละลามภวะอะเคื้อ
ลุสถานะยักษ์มาร ฯ

วันก่อน กระผมอ่านคำฉันท์ยอเกียรติชาวนครราชสีมา เลยนำมาแต่ง
และขอขอบคุณภาพสวยๆจากอินเตอร์เน็ตด้วยนะครับ ^____^




เพลงยาวสดุดีสุนทรภู่

ถึงแม้ว่าจะผ่านวันสุนทรภู่ ครูกวีของไทย ไปเกือบเดือนแล้วก็ตาม...แต่เพลงยาวนั้น เราสามารถเขียนขึ้น


ได้ทุกวัน ไม่มีกำหนด... ก็ขอเขียนไว้สักหน่อยเถอะะะะ




       ๏ จะขอกล่าวคำกลอนอักษรสมัย
เป็นคารมคมชัดประหวัดใจ.......................เชลงไว้สดุดีมีประมาณ

๏ ยี่สิบหกมิถุนาฯมาบรรจบ..................กำหนดครบจบรอบกรอบสถาน  
สุนทรภู่ครูกวีศรีสังวาลย์.......................ศาสตราจารย์กานท์กลอนอักษรไทย

๏ งานประดิษฐ์คิดอักษรกลอนลึกซึ้ง..........ช่างน่าทึ่งเทียวหนาอย่าสงสัย  
ทั้งคำคมคำเพราะเสนาะใจ.....................โอ้ว่าใครอ่านแล้วย่อมแคล้วตาม

๏ หากสดับซึ่งนิทานงานนิราศ..................เขาประกาศทั่วกันฉันสยาม
 ซึ่งหน่อพระอภัยฯใจงดงาม..................... ทุกเขตคามรู้จักทั่วทุกตัวคน  

๏ จะหาใครไม่รู้ดูเอาเถิด....................... เว้นแต่เกิดชนบทจรดฝน
คำพูดที่ติดปากจากบุคคล....................... ล้วนจากมนต์ร่ายไว้ในกาพย์กลอน  

๏ ในนิราศรำพันช่างฝันถึง........................โอ้ลึกซึ้งเทียวหนาหน้าอักษร
ถึงคนรักพลัดพรากจำจากจร..................... แต่ปางก่อนมีกรรมจำต้องไป  

๏ โอ้เขนยเคยแอบเคยแนบชิด................... เคยจุมพิตพักตร์น้องละอองไหน
ยี่ภู่เอ๋ยเคยแอบแนบหทัย......................... บัดนี้ไกลกลอยสวาทเพราะคลาดคลา

๏ คิดถึงน้องหมองเศร้าให้เปล่าเปลี่ยว........... ห้อยละเหี่ยวเหมือนนกตกเวหา
ประดุจพรากสุริยันพระจันทรา...................... อนิจจาบุญน้อยพลอยลำเค็ญ

๏ ซึ่งกล่าวนี้ตัวอย่างจากทางศิลป์................... ให้ยลยินเผื่อใครจะไม่เห็น
กระบวนกลอนประโลมใจให้เยือกเย็น................. เราแต่งเป็นเลียนแบบทำแนบเคียง  

๏ มิพิเราะดุจเดิมท่านเสริมสร้าง...................... ด้วยอ่อนทางคำศัพท์สดับเสียง
ได้โปรดช่วยกรุณามาเรียบเรียง....................... ทำสำเนียงให้เพราะเสนาะกรรณ

๏ จะขอกล่าวต่อไปในอักษร........................... ถึงคำกลอนกาพย์พามหาศวรรย์  
สุนทรภู่ครูกวีศรีสุบรรณ................................ ทำหมื่นพันกวีไทยให้บรรจง

๏ หากเชลงเพลงยาวสกาวจิต......................... ขอให้ชิดสัมผัสในใจประสงค์ 
 ด้วยกวีก่อนเก่าเขาไม่ลง................................ เสนาะคงสูญไปในพริบตา  

๏ ท่านริเริ่มเสริมสร้างทางสัมผัส...................... กระบวนทัศน์์กลอนใหม่ในภาษา
เป็นกลอนกลมนต์เวทย์วิเศษมา........................ นึกแล้วน่าชื่นชมคารมพร

๏ จะขอกล่าวต่อไปในบัดนี้........................... ให้สุดที่เรียงความตามอักษร  
อีกอย่างหนึ่งซึ่งติดสนิทกลอน........................... รสบวรภาษิตสนิทใจ

๏ หวังผู้อ่านสำเหนียกเพรียกในจิต...................... คำบัณฑิตรจนาอัชฌาศัย
ผู้ประพฤติตามคำตำรับนัย..............................   บรรลุไซร้สวัสดีทุกที่นา

๏ อนึ่งผู้พจน์ดีเป็นศรีศักดิ์..............................   คนย่อมรักทุกชาติภาษภาษา 
ประดุจแม้นพจมานลานผกา...............................  กุสุมาประยงค์พงศ์โภคิน

๏ อันความรู้วิทยาวิชานับ.............................   ประดุจทรัพย์หมื่นแสนไม่แม้นสิ้น 
อาจจะชักเชิดชูฟูชีวิน.................................   ทั่วแผ่นดินพสุธาพานิยม

๏ เอกอาภรณ์ประจำกายทั้งหลายแล้ว...............  อย่าให้แคล้วหมั่นศึกษาพาประสม
รู้วิชาพาวิเศษเดชอุดม...............................  ผิจะสมรักษ์ตัวไว้เป็นไม่มี

๏ เป็นคำสุภาษิตประดิษฐ์ถ้อย......................   ถึงหลายร้อยศกผ่านกาลฉวี
ผองเหล่าไทยจดคำจำไว้ดี........................    ด้วยสมที่วรรคทองครรลองกลอน

๏ อัญขยมกล่าวคำลำนำพจน์......................  แต่ละบทบรรจงลงอักษร
ไว้แต่คราววัยดรุณได้สุนทร .......................   หวังขจรเกียรติกวีศรีโลกา

๏ สรุปมธุสรไว้ในวันนี้.......................   หากแม้นมีโทษลบองของภาษา
ขอโกวิทโปรดอภัยไว้เถิดมา.......................   แก่ตัวข้าฯผู้เยาว์อ่อนเบาความ

๏ ขอวิญญาณท่านสุนทรอักษรแพร้ว................ กวีแก้วแห่งโลกานาสยาม 
โปรดประทานพรเลิศประเสริฐนาม.................. สุพจน์ความแด่เมืองไทยในคดี

๏ ขอวงศ์วานแห่งกวินท์จินต์พิสิฐ.................  จักสถิตพูนเพริศประเสริฐศรี
สืบพราวพรายผกายรสบทกวี......................ตราบสุรีย์ส่องสว่างกลางนภา

๏ จวบนิรันดร์ผันแปรให้แท้เที่ยง...................... ประดุจเพียงสัจจังทั้งเวหา
ตามฤทัยในพจน์บทวาจา..............................แห่งตูข้าฯผู้เชลงเพลงนี้เอย ฯ

แด่พวกชอบเขียนภาษาวิบัติแบบน่าเกลียด



โคลงสี่สุภาพ

๐ ภาษาไทยนี่นี้.............สล้างนา
ศัพท์แต่โบราณมา..........ประดิษฐ์ไว้
เป็นอัตลักษณ์สยามพา....ไทยเกิด นาแฮ
ควรจักรักษาให้..............รุ่งเรื้องจำรูญ ฯ

๐ พจน์พูนทำเพี้ยงผิด......บูราณ
เป็นวิวัฒนาการ.............กล่าวอ้าง
หลอกใครใคร่เชื่อจาร.......เช่นเด็ก
วิวัฒน์กลับหลังมล้าง........ระบุนี้จึงควร ฯ

๐ พิธุพจน์อวลลักษณ์แท้......บูราณ
เขียนผิดจึงถึงจาร...........ดั่งนี้
ควรเรียกตักเตือนขาน......จึงชอบ
วิบัติภาษช่องชี้................จักป้องปัดมา ฯ

๐ ธรรมดาพิมพ์บทเพี้ยง.........ตรงตรง
พจน์บทหากยังคง.................อยู่ยั้ง
เสนาะจับหทัยจง..................เย็นจิต ท่านนา
พิมพ์วิบัติหากทั้ง................ก่อเกื้อรำคาญ ฯ

๐ พิฆาตสารสู่เบื้อง..........ฉบับบูรณ์
พิฆาตชาติภพพูน............หมดสิ้น
พิฆาตชื่อสิ้นสูญ..............สลายหมด
พิฆาตจนป่นปิ้น..............รากเหง้าแลตน ฯะ

27 July 2012

พาเลกมลหมอง ...

อินทรวิเชียรฉันท์ ๑๑

๐ พาเลกมลหมอง.....มนะต้องปะโลภลม
แกนนำถลำจม.........คติชั่วมะมั่วเชย

๐ ออกอรรถยุบลตอน..อนุจรก็เชื่อเฉย
มากโมหะตามเคย......มิตริตรองคระลองนัย

๐ ยินดีประดังว่า.........ดนุข้าสิมีชัย
พวกเอ็งจะทำไร.........ก็มิได้เพราะ"พ่อกู"

๐ ตอนนี้สิควานหา-.....ยนะภาวะอาดูร์
ด้วยขับขยับกรู............จรต่อก็รอตาย

๐ แพ้ภัยเพราะตัวโล-...ภะและโมหะมากมาย
หักด้ามกะกฎหมาย.......ชนหมู่เพราะผู้เดียว

๐ ปล่อยวางเถอะพี่น้อง..และตริตรองสิมากเทียว
"คนไกล"ไฉนเชียว.......จะผดุงประโยชน์ยัง

๐ น้องน้ำอุทกเข็ญ........ตละเช่นนรกดัง
เยียวยาธนาอัง-............คณะให้ บ เต็มกลืน

๐ ไยดันทุรังกับ.............ธนะทรัพย์ ธ หยิบยืน
เพื่อการกบฎปืน...........รัฐะปิ่นไผทไทย

๐ ตรองเถิดนะน้องพี่......และชิวีจะสดใส
เลิกยุ่งกะ "คนไกล".......ริปุเถิดประเสริฐแล ฯ



www.narak.com